New Year's Day

Thailand • January 1, 2026 • Thursday

This holiday has passed
It was 1 days ago

Holiday Details

Holiday Name
New Year's Day
Country
Thailand
Date
January 1, 2026
Day of Week
Thursday
Status
Passed
About this Holiday
New Year’s Day is the first day of the year, or January 1, in the Gregorian calendar.

About New Year's Day

Also known as: วันขึ้นปีใหม่

วันขึ้นปีใหม่ในประเทศไทย: การเฉลิมฉลองแห่งความสุขและการเริ่มต้นใหม่

วันขึ้นปีใหม่ในประเทศไทยถือเป็นช่วงเวลาแห่งความสุขและการเฉลิมฉลองที่ยิ่งใหญ่ที่สุดช่วงหนึ่งของปี แม้ว่าประเทศไทยจะมีวันปีใหม่ตามประเพณีดั้งเดิมคือ "วันสงกรานต์" ในเดือนเมษายน แต่การเฉลิมฉลองวันขึ้นปีใหม่สากลในวันที่ 1 มกราคม ก็ได้รับความนิยมและมีความสำคัญอย่างยิ่งในสังคมไทยปัจจุบัน เป็นช่วงเวลาที่ผสมผสานระหว่างธรรมเนียมปฏิบัติสากล ความเชื่อทางพุทธศาสนา และวิถีชีวิตที่สนุกสนานของคนไทยเข้าด้วยกันอย่างลงตัว

เสน่ห์ของวันขึ้นปีใหม่ในประเทศไทยอยู่ที่บรรยากาศที่เต็มไปด้วยสีสัน ตั้งแต่แสงไฟประดับประดาตามท้องถนนและห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ ไปจนถึงเสียงพลุและดอกไม้ไฟที่ดังกึกก้องในช่วงเวลาเที่ยงคืน สำหรับคนไทย วันนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่การเปลี่ยนผ่านของตัวเลขในปฏิทิน แต่เป็นโอกาสสำคัญในการเริ่มต้นสิ่งใหม่ๆ การตั้งเป้าหมายในชีวิต (New Year’s Resolutions) และที่สำคัญที่สุดคือการใช้เวลาร่วมกับครอบครัวและคนที่รัก หลังจากตรากตรำทำงานหนักมาตลอดทั้งปี

นอกจากความสนุกสนานจากการเคาท์ดาวน์แล้ว วันขึ้นปีใหม่ในไทยยังมีมิติทางจิตใจที่ลึกซึ้ง หลายคนเลือกที่จะเริ่มต้นเช้าวันแรกของปีด้วยการทำบุญตักบาตรหรือเข้าวัดฟังธรรม เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ชีวิตตามหลักความเชื่อทางพระพุทธศาสนา ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าแม้ประเทศไทยจะรับเอาวัฒนธรรมตะวันตกเข้ามา แต่รากเหง้าทางวัฒนธรรมและศรัทธาก็ยังคงถูกหลอมรวมอยู่ในทุกจังหวะของการดำเนินชีวิตอย่างเหนียวแน่น


วันขึ้นปีใหม่ใน 2026

สำหรับการเฉลิมฉลองในรอบปีที่จะถึงนี้ วันขึ้นปีใหม่จะตรงกับ:

วันในสัปดาห์: Thursday วันที่: January 1, 2026 สถานะปัจจุบัน: เหลือเวลาอีกเพียง 0 วัน ก่อนจะเข้าสู่การเริ่มต้นใหม่

วันขึ้นปีใหม่ในประเทศไทยยึดตามปฏิทินกริกอเรียน (Gregorian Calendar) ดังนั้นวันที่ 1 มกราคม จึงเป็นวันที่คงที่ในทุกๆ ปี อย่างไรก็ตาม สิ่งที่น่าสนใจคือในประเทศไทยจะมีการใช้ปีพุทธศักราช (พ.ศ.) ควบคู่ไปกับปีคริสต์ศักราช (ค.ศ.) โดยในปี 2026 นี้ จะตรงกับปีพุทธศักราช 2569

เพื่อให้ประชาชนได้มีเวลาพักผ่อนและเดินทางกลับภูมิลำเนา รัฐบาลไทยมักจะประกาศให้มีวันหยุดเพิ่มเติม โดยในปีนี้ วันที่ 2 มกราคม ก็ได้รับการกำหนดให้เป็นวันหยุดราชการเป็นกรณีพิเศษ ทำให้กลายเป็นช่วงวันหยุดยาว (Long Weekend) ที่ช่วยกระตุ้นการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจภายในประเทศอย่างมหาศาล


ประวัติความเป็นมาและวิวัฒนาการ

ในอดีต ประเทศไทยมีวันขึ้นปีใหม่ที่แตกต่างกันไปตามยุคสมัย เดิมทีเราถือเอาวันแรม 1 ค่ำ เดือน 1 เป็นวันขึ้นปีใหม่ (ตามจันทรคติ) ซึ่งตรงกับช่วงฤดูหนาว ต่อมาในสมัยกรุงศรีอยุธยาได้เปลี่ยนมาถือเอาวันสงกรานต์ (ขึ้น 1 ค่ำ เดือน 5) เป็นวันปีใหม่ตามคติพราหมณ์

การเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญเกิดขึ้นในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5) ที่ทรงกำหนดให้วันที่ 1 เมษายน เป็นวันขึ้นปีใหม่ของไทยเพื่อให้สอดคล้องกับสากลมากขึ้น จนกระทั่งในวันที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2483 คณะรัฐบาลในสมัยจอมพล ป. พิบูลสงคราม ได้ประกาศเปลี่ยนวันขึ้นปีใหม่ของประเทศไทยให้เป็นวันที่ 1 มกราคม เพื่อให้ทัดเทียมนานาอารยประเทศ และเป็นการนำประเทศไทยเข้าสู่ความเป็นสากลอย่างเต็มตัว

เหตุผลหลักในการเปลี่ยนครั้งนั้นคือ เพื่อให้สอดคล้องกับประเทศส่วนใหญ่ทั่วโลก สะดวกต่อการติดต่อสื่อสารและการค้าขายระหว่างประเทศ และเป็นการยกเลิกความสับสนระหว่างวันปีใหม่ทางจันทรคติและวันปีใหม่ตามสุริยคติ ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา วันที่ 1 มกราคม จึงกลายเป็นวันขึ้นปีใหม่ที่เป็นทางการของประเทศไทยจนถึงปัจจุบัน


ธรรมเนียมปฏิบัติและการเฉลิมฉลอง

การฉลองปีใหม่ในประเทศไทยมีความหลากหลายและครอบคลุมทุกไลฟ์สไตล์ ตั้งแต่การปาร์ตี้สุดเหวี่ยงไปจนถึงการปฏิบัติธรรมที่สงบเงียบ

1. การเคาท์ดาวน์ (Countdown) และการแสดงดอกไม้ไฟ

ในคืนวันที่ 31 ธันวาคม หรือวันส่งท้ายปีเก่า สถานที่สำคัญทั่วประเทศจะจัดงานเคาท์ดาวน์อย่างยิ่งใหญ่ จุดที่ได้รับความนิยมสูงสุดคือในกรุงเทพมหานคร เช่น:
CentralWorld: แลนด์มาร์คสำคัญที่ได้รับการขนานนามว่าเป็น "ไทม์สแควร์แห่งเอเชีย" มีการจัดคอนเสิร์ตจากศิลปินชื่อดังและการจุดพลุที่อลังการ ICONSIAM: ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งมีการแสดงพลุระดับโลกที่ยาวหลายกิโลเมตร สะท้อนเงาน้ำอย่างสวยงาม เอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์: แหล่งช้อปปิ้งริมน้ำที่ให้บรรยากาศสุดโรแมนติก

ในต่างจังหวัด เมืองท่องเที่ยวอย่าง ภูเก็ต พัทยา เชียงใหม่ และหาดใหญ่ ก็มีการจัดงานเคาท์ดาวน์ที่ยิ่งใหญ่ไม่แพ้กัน โดยเฉพาะบนหาดทรายในภูเก็ตหรือพัทยาที่จะมีความคึกคักเป็นพิเศษจากนักท่องเที่ยวทั่วโลก

2. การทำบุญตักบาตรและสวดมนต์ข้ามปี

สำหรับพุทธศาสนิกชน การเริ่มต้นปีด้วย "บุญ" คือสิ่งสำคัญที่สุด: ตักบาตรเช้าวันที่ 1 มกราคม: ประชาชนจะตื่นแต่เช้าเพื่อนำอาหารแห้ง ข้าวสาร และปัจจัยต่างๆ ไปใส่บาตรพระสงฆ์ตามวัดใกล้บ้าน หรือตามสถานที่ที่หน่วยงานราชการจัดเตรียมไว้ เช่น ลานคนเมืองหน้าศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร การสวดมนต์ข้ามปี: กิจกรรมนี้ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในทศวรรษที่ผ่านมา หลายคนเลือกที่จะเข้าวัดในช่วงคืนวันที่ 31 ธันวาคม เพื่อร่วมพิธีสวดมนต์ ฟังธรรม และเจริญจิตภาวนาจนกระทั่งก้าวเข้าสู่เช้าวันใหม่ แทนการไปปาร์ตี้ เพื่อชำระล้างจิตใจให้บริสุทธิ์

3. การเดินทางกลับภูมิลำเนาและการรวมญาติ

เนื่องจากกรุงเทพฯ เป็นศูนย์กลางของการทำงาน คนไทยจำนวนมากที่มาจากต่างจังหวัดจะใช้ช่วงหยุดยาวนี้เดินทางกลับบ้านเกิด (Homecoming) เพื่อไปเยี่ยมพ่อแม่และญาติผู้ใหญ่ มีการจัดงานเลี้ยงเล็กๆ ในครอบครัว ล้อมวงกินหมูกระทะหรืออาหารพื้นบ้าน แจกของขวัญ และให้พรแก่ลูกหลาน

4. การส่งความสุข (ส.ค.ส.) และของขวัญ

แม้ปัจจุบันการส่งบัตรอวยพรแบบกระดาษจะลดน้อยลง แต่การส่งคำอวยพรผ่านโซเชียลมีเดีย (Line, Facebook, Instagram) กลับพุ่งสูงขึ้นอย่างมาก นอกจากนี้ยังมีการมอบ "กระเช้าของขวัญ" ซึ่งมักประกอบด้วยอาหารเพื่อสุขภาพ รังนก ผลไม้ หรือสินค้า OTOP ให้แก่ผู้ใหญ่ที่เคารพรักและพันธมิตรทางธุรกิจ

ข้อมูลที่เป็นประโยชน์สำหรับนักท่องเที่ยวและชาวต่างชาติ

หากคุณพำนักอยู่ในประเทศไทยในช่วงวันที่ 1 มกราคม 2026 นี่คือสิ่งที่คุณควรรู้เพื่อการวางแผนที่ราบรื่น:

สภาพอากาศ

ช่วงปลายเดือนธันวาคมถึงต้นเดือนมกราคม คือช่วงที่สภาพอากาศในประเทศไทย "ดีที่สุด" ของปี ท้องฟ้าจะสดใสและอากาศจะแห้ง กรุงเทพฯ และภาคกลาง: อุณหภูมิจะอยู่ที่ประมาณ 20-30 องศาเซลเซียส มีลมพัดเย็นสบายในตอนเช้าและตอนกลางคืน ภาคเหนือ (เชียงใหม่, เชียงราย): อากาศจะหนาวเย็น บนดอยอุณหภูมิอาจลดต่ำลงถึง 5-10 องศาเซลเซียส เป็นช่วงที่ดอกไม้เมืองหนาวบานสะพรั่ง ภาคใต้: ทะเลฝั่งอันดามัน (ภูเก็ต, กระบี่) จะมีคลื่นลมสงบ น้ำใส เหมาะแก่การดำน้ำ อย่างไรก็ตาม ฝั่งอ่าวไทยอาจยังมีฝนบ้างเล็กน้อย

การเดินทางและจราจร

การจราจรทางบก: ถนนสายหลักที่ออกสู่ต่างจังหวัด (พหลโยธิน, มิตรภาพ, พระราม 2) จะมีความหนาแน่นสูงมากในช่วงก่อนและหลังวันหยุด แนะนำให้หลีกเลี่ยงการขับรถทางไกลหากไม่จำเป็น ระบบขนส่งสาธารณะ: ในกรุงเทพฯ รถไฟฟ้า BTS และ MRT มักจะขยายเวลาให้บริการในคืนวันที่ 31 ธันวาคม ไปจนถึงตี 2 เพื่อรองรับคนที่ไปเคาท์ดาวน์ การสำรองที่พัก: โรงแรมในแหล่งท่องเที่ยวชื่อดังจะถูกจองเต็มล่วงหน้าหลายเดือน และราคามักจะพุ่งสูงขึ้น (Peak Season Rate) ควรจองล่วงหน้าแต่เนิ่นๆ

อาหารและการกิน

ไม่มีเมนูเฉพาะเจาะจงสำหรับวันปีใหม่ไทย แต่ที่นิยมที่สุดคือ "อาหารประเภทย่าง" เช่น หมูกระทะ หรือซีฟู้ด เพราะเป็นอาหารที่เน้นการมีส่วนร่วม สตรีทฟู้ดส่วนใหญ่ยังคงเปิดให้บริการตามปกติ แต่อาจมีร้านอาหารท้องถิ่นบางแห่งปิดเพื่อให้พนักงานกลับบ้าน

สถานะวันหยุดราชการและสิ่งที่ควรระวัง

วันขึ้นปีใหม่ (1 มกราคม) และวันที่ 2 มกราคม 2026 เป็นวันหยุดราชการอย่างเป็นทางการ

สิ่งที่ปิด: หน่วยงานราชการทุกแห่ง, สำนักงานเขต, สถานทูต, โรงเรียน, มหาวิทยาลัย และสำนักงานใหญ่ของธนาคาร สิ่งที่เปิด: ห้างสรรพสินค้า, ร้านสะดวกซื้อ (7-Eleven เปิด 24 ชั่วโมง), โรงพยาบาล (เฉพาะแผนกฉุกเฉิน), ร้านอาหารในย่านท่องเที่ยว และโรงภาพยนตร์ ธุรกรรมทางการเงิน: แม้ธนาคารสาขาหลักจะปิด แต่สาขาในห้างสรรพสินค้ามักจะเปิดให้บริการตามปกติ (ยกเว้นวันที่ 1 มกราคม ที่บางแห่งอาจปิด) และตู้ ATM ทำงานตลอด 24 ชั่วโมง

ข้อควรระวังเรื่องความปลอดภัย

ช่วงเทศกาลปีใหม่ในไทยมีฉายาว่า "7 วันอันตราย" เนื่องจากสถิติอุบัติเหตุทางถนนที่พุ่งสูงขึ้นจากการดื่มแล้วขับและการเดินทางที่หนาแน่น
การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์: โปรดระมัดระวังและปฏิบัติตามกฎจราจรอย่างเคร่งครัด หากไปงานปาร์ตี้ควรใช้บริการรถสาธารณะ ฝูงชน: ในจุดเคาท์ดาวน์ใหญ่ๆ จะมีคนหนาแน่นมาก ควรดูแลทรัพย์สินมีค่าและระวังการเบียดเสียด การแต่งกาย: หากจะไปทำบุญที่วัดในวันขึ้นปีใหม่ ควรแต่งกายสุภาพ (ปิดไหล่และคลุมเข่า) เพื่อเป็นการให้เกียรติสถานที่

บทสรุป

วันขึ้นปีใหม่ในประเทศไทยไม่ใช่แค่การเปลี่ยนปี แต่คือสัญลักษณ์ของการหลอมรวมทางวัฒนธรรม เป็นวันที่คนไทยแสดงออกถึงความกตัญญูต่อผู้ใหญ่ผ่านการเยี่ยมเยียน แสดงออกถึงศรัทธาผ่านการทำบุญ และแสดงออกถึงความรักษ์สนุกผ่านการเฉลิมฉลองที่ยิ่งใหญ่

ไม่ว่าคุณจะเลือกไปยืนดูพลุริมแม่น้ำเจ้าพระยา นั่งสมาธิสวดมนต์ในอุโบสถที่เงียบสงบ หรือล้อมวงกินข้าวกับครอบครัวที่บ้านต่างจังหวัด วันที่ 1 มกราคม 2026 นี้จะเป็นการเริ่มต้นบทใหม่ของชีวิตที่เต็มไปด้วยความหวังและความสุขในดินแดนแห่งรอยยิ้มอย่างแน่นอน สวัสดียามปีใหม่

Frequently Asked Questions

Common questions about New Year's Day in Thailand

วันขึ้นปีใหม่ในปี 2026 ตรงกับ Thursday ที่ January 1, 2026 โดยขณะนี้เหลือเวลาอีกเพียง 0 วันก็จะถึงวันเฉลิมฉลองดังกล่าว ซึ่งถือเป็นจุดเริ่มต้นของปีปฏิทินสากลและปีพุทธศักราช 2569 ในประเทศไทย

ใช่ วันขึ้นปีใหม่เป็นวันหยุดราชการอย่างเป็นทางการในประเทศไทย โดยในปี 2026 รัฐบาลได้ประกาศให้วันที่ 1 และวันที่ 2 มกราคมเป็นวันหยุดราชการต่อเนื่อง เพื่อให้ประชาชนได้มีโอกาสเดินทางกลับภูมิลำเนาและเฉลิมฉลองกับครอบครัว ส่งผลให้หน่วยงานราชการ โรงเรียน และธนาคารปิดทำการ แต่ห้างสรรพสินค้าและสถานที่ท่องเที่ยวส่วนใหญ่ยังคงเปิดให้บริการตามปกติ

แม้ว่าประเทศไทยจะมีวันสงกรานต์เป็นวันปีใหม่ไทยแบบดั้งเดิม แต่การเฉลิมฉลองในวันที่ 1 มกราคมมีความสำคัญในเชิงสากลและการบริหารราชการ โดยประเทศไทยใช้ปฏิทินสุริยคติเป็นมาตรฐานในการดำเนินชีวิตและธุรกิจ วันนี้จึงเป็นสัญลักษณ์ของการเริ่มต้นใหม่ การเปลี่ยนผ่านเข้าสู่ปีพุทธศักราชใหม่ (พ.ศ. 2569) และเป็นช่วงเวลาพักผ่อนที่ยาวนานที่สุดช่วงหนึ่งของปี

กิจกรรมส่วนใหญ่เน้นความรื่นเริงและการพบปะสังสรรค์ ในคืนวันที่ 31 ธันวาคมจะมีการจัดงานเคาท์ดาวน์ครั้งใหญ่ตามสถานที่สำคัญ เช่น เซ็นทรัลเวิลด์ หรือริมแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งมีการแสดงคอนเสิร์ตและจุดพลุอย่างยิ่งใหญ่ นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมทำบุญตักบาตรที่วัดในตอนเช้าของวันที่ 1 มกราคมเพื่อความเป็นสิริมงคล รวมถึงการรับประทานอาหารร่วมกันในครอบครัวและการไปเที่ยวพักผ่อนตามต่างจังหวัด

หน่วยงานราชการ สถานศึกษา และธนาคารจะปิดทำการในวันที่ 1 และ 2 มกราคม อย่างไรก็ตาม ภาคเอกชนส่วนใหญ่โดยเฉพาะห้างสรรพสินค้า ร้านอาหาร ร้านสะดวกซื้อ 7-Eleven และแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติต่างๆ ยังคงเปิดให้บริการเพื่อรองรับนักท่องเที่ยว สำหรับตู้ ATM และระบบธนาคารออนไลน์สามารถใช้งานได้ตลอด 24 ชั่วโมง แต่ควรระวังเรื่องการจราจรที่อาจติดขัดในเส้นทางหลัก

นักท่องเที่ยวควรจองที่พักและการเดินทางล่วงหน้าเนื่องจากเป็นช่วงไฮซีซั่น ในกรุงเทพฯ แนะนำให้ใช้รถไฟฟ้า BTS หรือ MRT เพื่อหลีกเลี่ยงรถติด สำหรับการแต่งกายควรเป็นชุดลำลองที่ระบายอากาศได้ดีเพราะสภาพอากาศจะอยู่ที่ประมาณ 25-30 องศาเซลเซียส แต่หากไปร่วมพิธีสวดมนต์ข้ามปีที่วัดควรแต่งกายสุภาพมิดชิด และควรระมัดระวังความปลอดภัยบนท้องถนนในช่วงหลังเที่ยงคืน

ช่วงปลายเดือนธันวาคมถึงต้นเดือนมกราคมถือเป็นช่วงที่อากาศดีที่สุดของประเทศไทย โดยมีสภาพอากาศแห้งและเย็นสบาย อุณหภูมิเฉลี่ยอยู่ที่ 25-30 องศาเซลเซียสในภาคกลางและภาคใต้ ส่วนทางภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือจะมีอากาศหนาวเย็นกว่าปกติ เหมาะแก่การทำกิจกรรมกลางแจ้งและการจัดงานรื่นเริงในยามค่ำคืน

สิ่งที่น่าสนใจคือประเทศไทยมีการประกาศวันหยุดเพิ่มเติมในวันที่ 2 มกราคม 2026 เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวภายในประเทศ ทำให้กลายเป็นวันหยุดยาว ซึ่งแตกต่างจากวันตรุษจีนที่อาจไม่ใช่วันหยุดราชการทั่วประเทศ นอกจากนี้ แม้จะเป็นงานฉลองแบบสากล แต่คนไทยจำนวนมากยังคงผสมผสานความเชื่อทางพุทธศาสนาด้วยการเข้าวัดสวดมนต์ข้ามปีเพื่อรับพลังบวกในปีใหม่

Historical Dates

New Year's Day dates in Thailand from 2010 to 2025

Year Day of Week Date
2025 Wednesday January 1, 2025
2024 Monday January 1, 2024
2023 Sunday January 1, 2023
2022 Saturday January 1, 2022
2021 Friday January 1, 2021
2020 Wednesday January 1, 2020
2019 Tuesday January 1, 2019
2018 Monday January 1, 2018
2017 Sunday January 1, 2017
2016 Friday January 1, 2016
2015 Thursday January 1, 2015
2013 Tuesday January 1, 2013
2012 Sunday January 1, 2012
2011 Saturday January 1, 2011
2010 Friday January 1, 2010

Note: Holiday dates may vary. Some holidays follow lunar calendars or have different observance dates. Purple indicates weekends.